เพย์โหลดของการตั้งค่าไคลเอนต์ TE (Android/iOS)

เพย์โหลดของการตั้งค่าไคลเอนต์ TE จะส่งพารามิเตอร์การจำลองไปยังไคลเอนต์ TE ที่ติดตั้งในอุปกรณ์อัจฉริยะ พารามิเตอร์การจำลองจะเป็นแบบรวม (ไม่เฉพาะเจาะจงโฮสต์) ดังนั้น คุณเพียงแค่ส่งเพย์โหลดหนึ่งอันของชนิดนี้ไปยังอุปกรณ์แต่ละอัน

เพย์โหลดของการกำหนดค่าการตั้งค่าไคลเอนต์ TE มีตัวเลือกต่อไปนี้:

Closed5250/3270

ClosedVT

Closedการอนุญาต

Closedคีย์มาโคร

Closedเครือข่าย

Closedรหัสผ่าน

Closedหน้าจอ

Closedเสียง

Closedบาร์โค้ด/MSR (เฉพาะ Motorola)

การตั้งค่าเหล่านี้จะทำงานได้เฉพาะกับอุปกรณ์ Android โดยใช้เครื่องสแกนของ Motorola

เปิดใช้งาน/ปิดใช้งานสัญลักษณ์บาร์โค้ด

กำหนดค่าว่าจะเปิดใช้งานหรือปิดใช้งานตัวถอดรหัสบาร์โค้ดตัวใด เราแนะนำให้ปิดใช้งานตัวถอดรหัสที่ไม่จำเป็นเพื่อปรับปรุงการทำงานของอุปกรณ์

เปิดใช้งานตัวอ่านแถบแม่เหล็ก

เปิดใช้งานตัวอ่านแถบแม่เหล็กของอุปกรณ์

Closedการตั้งค่าตัวถอดรหัส (เฉพาะ Motorola)

การตั้งค่าเหล่านี้จะทำงานได้เฉพาะกับอุปกรณ์ Android โดยใช้เครื่องสแกนของ Motorola

CodaBar

การแก้ไข CLSI เอาอักขระเริ่มต้นและสิ้นสุดออกและใส่พื้นที่ว่างหลังจากอักขระตัวแรก ตัวที่ห้า และตัวที่สิบบนสัญลักษณ์ Codabar 13 อักขระ

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Codabar ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Codabar ที่มีระหว่าง 8 ถึง 24 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นแปด ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 6

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Codabar ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Codabar ที่มีระหว่าง 8 ถึง 24 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็น 24 ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 55

การแก้ไข NOTIS ลบอักขระเริ่มต้นและสิ้นสุดออกจากสัญลักษณ์ Codabar

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล

โค้ด 11

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 11 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 11 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นสี่ ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 4

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 11 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 11 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็น 12 ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 55

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล Code 11 พร้อมกับเลขตรวจสอบ

ยืนยันเลขตรวจสอบ ตรวจสอบสัญลักษณ์ Code 11 ทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่สแกนเป็นไปตามรูปแบบเลขตรวจสอบที่เลือก คุณสามารถเลือก ไม่มีเลขตรวจสอบ, เลขตรวจสอบ 1 หลัก หรือ เลขตรวจสอบ 2 หลัก

Code 128

ตรวจสอบตาราง ISBT ตรวจสอบบาร์โค้ด ISBT เทียบกับตารางคู่ที่ใช้บ่อย หาก โหมดการเชื่อม ISTB 128 เปิดใช้งานอยู่ การเลือกตัวเลือกนี้จะเชื่อมเฉพาะคู่ที่พบในตาราง

เปิดใช้งาน GS1-128 เปิดใช้งานประเภทย่อย GS1-128

เปิดใช้งาน Plain Code 128 เปิดใช้งานประเภทย่อยที่ไม่ใช่ EAN or ISBT Code 128 อื่น

เปิดใช้งาน ISBT 128 เปิดใช้งานประเภทย่อย ISBT 128

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 128 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 128 ที่มีระหว่าง 8 ถึง 24 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นแปด ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 0

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 128 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 128 ที่มีระหว่าง 8 ถึง 24 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็น 24 ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 55

โหมดการเชื่อม ISBT 128 ถอดรหัสและเชื่อมคู่รหัส ISBT เมื่อพบ หากมีสัญลักษณ์ ISBT แบบเดี่ยว ๆ อยู่ อุปกรณ์จะถอดรหัสสัญลักษณ์ตามจำนวนครั้งที่ตั้งค่าไว้ในตัวเลือก ความซ้ำซ้อนของข้อมูล ก่อนการส่งข้อมูล หากไม่เลือกอยู่ อุปกรณ์จะไม่เชื่อมคู่รหัส ISBT เมื่อพบ

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล หาก ตรวจสอบตาราง ISBT ถูกเลือกอยู่ ตัวเลือกนี้จะถูกเลือกและไม่สามารถแก้ไขได้

ระดับความปลอดภัย ใช้ระดับความปลอดภัยการถอดรหัสสำหรับบาร์โค้ด Code 128 ระดับความปลอดภัยที่สูงขึ้นจะถูกใช้เพื่อลดการถอดรหัสผิดที่เป็นผลมาจากคุณภาพของบาร์โค้ด คุณสามารถเลือกระหว่าง ระดับความปลอดภัย 0, ระดับความปลอดภัย 1, ระดับความปลอดภัย 2 และ ระดับความปลอดภัย 3 ได้

Code 39

แปลง Code 39 เป็น Code 32 เปิดใช้งานการสแกนบาร์โค้ดเพื่อเปิดใช้งานหรือปิดใช้งานตัวแปร Code 32

ASCII แบบเต็ม เปิดใช้งานการใช้งานตัวแปร Code 39 ที่จับคู่อักขระเพื่อเข้ารหัสชุดอักขระ ASCII แบบเต็ม

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 39 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 39 ที่มีระหว่าง 8 ถึง 24 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นแปด ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 0

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 39 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 39 ที่มีระหว่าง 8 ถึง 24 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็น 24 ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 55

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล Code 39 พร้อมกับเลขตรวจสอบ

รายงานคำนำหน้า Code 32 เปิดใช้งานการสแกนบาร์โค้ดเพื่อเปิดใช้งานหรือปิดใช้งานการเพิ่มอักขระนำหน้า "A" ไปยังบาร์โค้ด Code 32 ทั้งหมด

ยืนยันเลขตรวจสอบ ตรวจสอบสัญลักษณ์ Code 39 ทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่สแกนเป็นไปตามรูปแบบเลขตรวจสอบที่เลือก เปิดใช้งานคุณสมบัตินี้เฉพาะเมื่อสัญลักษณ์ Code 39 มีเลขตรวจสอบ modulo 43

ระดับความปลอดภัย ใช้ระดับความปลอดภัยการถอดรหัสสำหรับบาร์โค้ด Code 39 ระดับความปลอดภัยที่สูงขึ้นจะถูกใช้เพื่อลดการถอดรหัสผิดที่เป็นผลมาจากคุณภาพของบาร์โค้ด คุณสามารถเลือกระหว่าง ระดับความปลอดภัย 0, ระดับความปลอดภัย 1, ระดับความปลอดภัย 2 และ ระดับความปลอดภัย 3 ได้

Code 93

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 93 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 93 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นสี่ ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 0

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 93 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Code 93 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็น 12 ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 55

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล

คอมโพสิต AB

โหมดลิงก์ UCC เปิดใช้งานโหมดลิงก์ UCC คุณสามารถเลือก แบ่งแยกอัตโนมัติ, เพิกเฉยธงที่เชื่อมโยง หรือ เชื่อมโยงเสมอ

Discrete 2 of 5

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Discrete 2 of 5 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Discrete 2 of 5 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นสี่ ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 0

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Discrete 2 of 5 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Discrete 2 of 5 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็น 12 ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 14

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล

Interleaved 2 of 5

เลขตรวจสอบ กำหนดการใช้งานเลขตรวจสอบในสัญลักษณ์ Interleaved 2 of 5 ตัวเลือกต่อไปนี้สามารถเลือกใช้งานได้:

ไม่มีเลขตรวจสอบ ไม่ใช้เลขตรวจสอบ

เลขตรวจสอบ USS ตรวจสอบความถูกต้องของสัญลักษณ์ Interleaved 2 of 5 ทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามรูปแบบเลขตรวจสอบของ Uniform Symbology Specification (USS)

เลขตรวจสอบ OPCC ตรวจสอบความถูกต้องของสัญลักษณ์ Interleaved 2 of 5 ทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามรูปแบบเลขตรวจสอบของ Optical Product Code Council (OPCC)

แปลง ITF-14 เป็น EAN 13 แปลงบาร์โค้ด Interleaved 2 of 5 14 อักขระให้เป็น EAN-13 จากนั้นส่งข้อมูลเป็น EAN-13 ในการใช้งานตัวเลือกนี้ บาร์โค้ด Interleaved 2 of 5 จะต้องเปิดใช้งาน และมีเลขศูนย์นำหน้าก่อนเลขตรวจสอบ EAN-13 ที่ถูกต้อง

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Interleaved 2 of 5 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Interleaved 2 of 5 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นสี่ ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 10

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Interleaved 2 of 5 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Interleaved 2 of 5 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็น 12 ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 14

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล Interleaved 2 of 5 พร้อมกับเลขตรวจสอบ

ระดับความปลอดภัย ใช้ระดับความปลอดภัยการถอดรหัสสำหรับบาร์โค้ด Interleaved 2 of 5 ระดับความปลอดภัยที่สูงขึ้นจะถูกใช้เพื่อลดการถอดรหัสผิดที่เป็นผลมาจากคุณภาพของบาร์โค้ด คุณสามารถเลือกระหว่าง ระดับความปลอดภัย 0, ระดับความปลอดภัย 1, ระดับความปลอดภัย 2 และ ระดับความปลอดภัย 3 ได้

Matrix 2 of 5

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Matrix 2 of 5 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Matrix 2 of 5 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 8 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นสี่ ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 0

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ Matrix 2 of 5 ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ Matrix 2 of 5 ที่มีระหว่าง 4 ถึง 8 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นแปด ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 10

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล Matrix 2 of 5 พร้อมกับเลขตรวจสอบ

ยืนยันเลขตรวจสอบ ตรวจสอบสัญลักษณ์ Matrix 2 of 5 ทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่สแกนเป็นไปตามรูปแบบเลขตรวจสอบที่เลือก

MSI

เลขตรวจสอบ ตรวจสอบสัญลักษณ์ MSI ทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่สแกนเป็นไปตามรูปแบบเลขตรวจสอบที่เลือก คุณสามารถเลือกระหว่าง เลขตรวจสอบหนึ่งหลัก หรือ เลขตรวจสอบสองหลัก ได้

รูปแบบเลขตรวจสอบ เลือกรูปแบบที่ใช้เพื่อยืนยันเลขตรวจสอบ MSI ที่สอง คุณสามารถเลือกระหว่าง Mod-11-10 หรือ Mod-10-10

ขีดจำกัดล่างของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดล่างสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ MSI ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ MSI ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็นสี่ ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 4

ขีดจำกัดบนของช่วงความยาว ตั้งค่าขีดจำกัดบนสำหรับการถอดรหัสสัญลักษณ์ MSI ด้วยช่วงความยาวที่ระบุ ตัวอย่างเช่น ในการถอดรหัสสัญลักษณ์ MSI ที่มีระหว่าง 4 ถึง 12 อักขระ ให้ตั้งค่านี้เป็น 12 ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 55

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล บังคับให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดสองครั้งก่อนรับข้อมูล

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล MSI พร้อมกับเลขตรวจสอบ

UK Postal

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล UK Postal พร้อมกับเลขตรวจสอบ

UPCA

ส่วนนำ ส่งข้อมูลส่วนนำของ UPCA เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ UPC สิ่งนี้ประกอบด้วยรหัสประเทศและอักขระระบบและสามารถตั้งค่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกต่อไปนี้ได้:

ไม่มีส่วนนำ ไม่ส่งข้อมูลส่วนนำ

ส่วนนำเป็นอักขระระบบ ส่งข้อมูลอักขระระบบเท่านั้น

ส่วนนำเป็นรหัสประเทศและอักขระระบบ ส่งข้อมูลรหัสประเทศและอักขระระบบ

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล UPCA พร้อมกับเลขตรวจสอบ

UPC-E0

แปลง UPC-E0 เป็น UPC-A. แปลงข้อมูล UPC-E0 ที่ถอดรหัสเป็นรูปแบบ UPC-A ก่อนการส่งข้อมูล

ส่วนนำ ส่งข้อมูลส่วนนำของ UPC-E0 เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ UPC สิ่งนี้ประกอบด้วยรหัสประเทศและอักขระระบบและสามารถตั้งค่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกต่อไปนี้ได้:

ไม่มีส่วนนำ ไม่ส่งข้อมูลส่วนนำ

ส่วนนำเป็นอักขระระบบ ส่งข้อมูลอักขระระบบเท่านั้น

ส่วนนำเป็นรหัสประเทศและอักขระระบบ ส่งข้อมูลรหัสประเทศและอักขระระบบ

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล UPC-E0 พร้อมกับเลขตรวจสอบ

UPC-E1

แปลง UPC-E1 เป็น UPC-A. แปลงข้อมูล UPC-E1 ที่ถอดรหัสเป็นรูปแบบ UPC-A ก่อนการส่งข้อมูล

ส่วนนำ ส่งข้อมูลส่วนนำของ UPC-E1 เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ UPC สิ่งนี้ประกอบด้วยรหัสประเทศและอักขระระบบและสามารถตั้งค่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกต่อไปนี้ได้:

ไม่มีส่วนนำ ไม่ส่งข้อมูลส่วนนำ

ส่วนนำเป็นอักขระระบบ ส่งข้อมูลอักขระระบบเท่านั้น

ส่วนนำเป็นรหัสประเทศและอักขระระบบ ส่งข้อมูลรหัสประเทศและอักขระระบบ

รายงานเลขตรวจสอบ ส่งข้อมูล UPC-E1 พร้อมกับเลขตรวจสอบ

Closedการตั้งค่าตัวอ่าน (เฉพาะ Motorola)

การตั้งค่าเหล่านี้จะทำงานได้เฉพาะกับอุปกรณ์ Android โดยใช้เครื่องสแกนของ Motorola

ตัวจับเวลาสัญญาณ

ตั้งค่าปริมาณเวลาสูงสุดที่ตัวอ่านจะเปิดอยู่ หากตั้งค่าเป็น 0 ตัวอ่านจะเปิดอยู่อย่างต่อเนื่อง ค่านี้ตั้งได้ระหว่าง 0 ถึง 60,000 มิลลิวินาทีโดยเพิ่มได้ทีละ 100 มิลลิวินาที ตามค่าเริ่มต้น ค่านี้จะถูกตั้งไว้ที่ 15,000 มิลลิวินาที

โหมดแสงสว่าง

เปิดโหมดแสงสว่าง

โหมด Inverse 1D

อนุญาตการถอดรหัสบาร์โค้ด 1D ตัวเลือกต่อไปนี้สามารถเลือกใช้งานได้:

ปิดใช้งาน ปิดใช้งานการถอดรหัสของสัญลักษณ์ 1D ที่กลับ

เปิดใช้งาน เปิดใช้งานการถอดรหัสเฉพาะของสัญลักษณ์ 1D ที่กลับ

อัตโนมัติ เปิดใช้งานการถอดรหัสของทั้งสัญลักษณ์ 1D ค่าบวกและค่าที่กลับ

โหมด LCD

อนุญาตให้อุปกรณ์อ่านบาร์โค้ดจากจอ LCD เช่น สมาร์ทโฟน

ระดับความปลอดภัยเชิงเส้นยาว

ตั้งค่าจำนวนครั้งที่จะอ่านบาร์โค้ดเพื่อยืนยันการถอดรหัสอย่างถูกต้อง

ความปลอดภัยสั้นหรือ Codabar หากบาร์โค้ดสั้นหรือเป็น Codabar บาร์โค้ดจะมีการอ่านสองครั้งเพื่อยืนยันข้อมูล

ความปลอดภัยแบบทั้งหมดสองครั้ง บาร์โค้ดทั้งหมดจะมีการอ่านสองครั้งเพื่อยืนยันข้อมูล

ความปลอดภัยยาวและสั้น บาร์โค้ดที่ยาวทั้งหมดจะมีการอ่านสองครั้งและบาร์โค้ดที่สั้นทั้งหมดจะมีการอ่านสามครั้งเพื่อยืนยันข้อมูล

ความปลอดภัยแบบทั้งหมดสามครั้ง บาร์โค้ดทั้งหมดจะมีการอ่านสามครั้งเพื่อยืนยันข้อมูล

การตั้งเวลาเข้าสู่โหมดพลังงานต่ำ

ตั้งค่าเวลาหลังจากที่อุปกรณ์ไม่มีการทำงานใด ๆ ก่อนเข้าสู่โหมดพลังงานต่ำ เวลานี้วัดเป็นค่ามิลลิวินาที

รายการเลือก

อนุญาตให้อุปกรณ์ถอดรหัสเฉพาะบาร์โค้ดที่อยู่ด้านล่างส่วนตัดของรูปแบบนี้โดยตรงเท่านั้น ตัวเลือกนี้ใช้เมื่อบาร์โค้ดหลายอันปรากฏในช่องเมื่อทำการถอดรหัส และต้องการถอดรหัสเพียงอันเดียวเท่านั้น ตัวเลือกต่อไปนี้สามารถเลือกใช้งานได้:

ปิดใช้งาน ปิดใช้งานโหมดรายการเลือก และบาร์โค้ดใด ๆ ที่มองเห็นจะถูกถอดรหัส

เปิดใช้งาน (เป้ากลม) เปิดใช้งานโหมดรายการเลือก เพื่อให้บาร์โค้ดที่อยู่ด้านล่างส่วนตัดโดยตรงถูกถอดรหัส

กึ่งกลาง เปิดใช้งานโหมดรายการเลือก เพื่อให้บาร์โค้ดที่อยู่กึ่งกลางของภาพถูกถอดรหัส โหมดนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อโมดูลตัวถอดรหัสรองรับช่องมองภาพ

โหมด ViewFinder

แสดงโหมดช่องมองภาพสำหรับการสแกนแบบกำหนดเป้า ตัวเลือกต่อไปนี้สามารถเลือกใช้งานได้:

เป้ากลมนิ่ง เปิดใช้งานช่องมองภาพเช่นเดียวกับเป้าสีแดงตรงกึ่งกลางของหน้าจอเพื่อช่วยในการเลือกบาร์โค้ด

ปิดใช้งาน ViewFinder ปิดใช้งานช่องมองภาพ

เปิดใช้งาน ViewFinder เปิดใช้งานเฉพาะช่องมองภาพ

Closedการตั้งค่าการสแกน (เฉพาะ Motorola)

การตั้งค่าเหล่านี้จะทำงานได้เฉพาะกับอุปกรณ์ Android โดยใช้เครื่องสแกนของ Motorola

ประเภทของ Code ID

ระบุอักขระของ Code ID ที่ใช้เพื่อกำหนดประเภทรหัสของบาร์โค้ดที่สแกน ตัวเลือกนี้แนะนำเมื่อคุณถอดรหัสประเภทของรหัสมากกว่าหนึ่งประเภท ตัวเลือกต่อไปนี้สามารถเลือกใช้งานได้:

ไม่มี ไม่ใช้คำนำหน้า

AIM คำนำหน้าสามอักขระแบบมาตรฐาน

สัญลักษณ์ คำนำหน้าอักขระเดียวแบบระบุด้วยสัญลักษณ์

การถ่ายภาพ LED ID

ตั้งค่าการถ่ายภาพ LED ID ค่านี้ตั้งไว้ที่ 8 ตามค่าเริ่มต้น

เสียงแจ้งเมื่อถอดรหัส

ตั้งค่าโทนเสียงให้ดังขึ้นเมื่อถอดรหัสสำเร็จ

ตัวจับเวลา LED เสียงการถอดรหัส

ตั้งค่าว่าเสียงจะเล่นนานกี่มิลลิวินาทีเมื่อถอดรหัสสำเร็จ ค่านี้ตั้งไว้ที่ 75 ตามค่าเริ่มต้น

การเตือนแบบสัมผัสเมื่อถอดรหัส

ทำให้อุปกรณ์สั่นเมื่อถอดรหัสสำเร็จ

Closedการตั้งค่า UPC/EAN (เฉพาะ Motorola)

การตั้งค่าเหล่านี้จะทำงานได้เฉพาะกับอุปกรณ์ Android โดยใช้เครื่องสแกนของ Motorola

รหัส Bookland

เปิดใช้งานการถอดรหัสข้อมูล Bookland

รูปแบบ Bookland

กำหนดรูปแบบสำหรับข้อมูล Bookland ที่ถอดรหัส ตัวเลือกต่อไปนี้สามารถเลือกใช้งานได้:

ISBN-10 เครื่องสแกนจะรายงานข้อมูล Bookland (เริ่มต้นด้วย 978) ในรูปแบบ 10 หลักพร้อมกับเลขตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าใช้งานร่วมกันกับแบบถอยหลังได้

ISBN-13 เครื่องสแกนจะรายงานข้อมูล Bookland (เริ่มต้นด้วย 978 หรือ 979) เป็น EAN-13 ในรูปแบบที่เหมาะสม

แปลง DataBar เป็น UPC EAN

แปลงบาร์โค้ด DataBar เป็นรูปแบบ UPC/EAN ในการใช้การตั้งค่านี้ สัญลักษณ์ UPC/EAN จะต้องถูกเปิดใช้งานบนแถบ Barcode/MSR

คูปอง

เปิดใช้งานการถอดรหัสคูปอง เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์สามารถถอดรหัสคูปองได้สำเร็จ คุณต้องเปิดใช้งานตัวถอดรหัสที่จำเป็นทั้งหมด

โหมดรายงานคูปอง

ตั้งค่าโหมดคูปองที่สนับสนุนที่เครื่องสแกนสามารถถอดรหัสได้ ตัวเลือกต่อไปนี้สามารถเลือกใช้งานได้:

โหมดรายงานคูปองเก่า เครื่องสแกนจะถอดรหัสเฉพาะคูปองรูปแบบเก่า

โหมดรายงานคูปองใหม่ เครื่องสแกนจะถอดรหัสเฉพาะคูปองรูปแบบ GS1 DataBar แบบใหม่

โหมดรายงานคูปองทั้งสองแบบ เครื่องสแกนจะถอดรหัสทั้งคูปองรูปแบบเก่าและรูปแบบ GS1 DataBar แบบใหม่

การถอดรหัสเชิงเส้นตรง

เปิดใช้งานการถอดรหัสเชิงเส้นตรง

สุ่มเลขตรวจสอบน้ำหนัก

เปิดใช้งานการยืนยันเลขตรวจสอบน้ำหนักแบบสุ่ม

นับใหม่

ตั้งค่าการนับใหม่สำหรับการแบ่งส่วนเสริมแบบอัตโนมัติ ค่าที่ใช้ได้คือระหว่าง 2 ถึง 20 ช่องนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อ โหมดส่วนเสริม มีการตั้งค่าไปที่ ส่้วนเสริมอัตโนมัติ, ส่วนเสริมแบบสมาร์ท, ส่วนเสริม 378-379, ส่วนเสริม 978-979ส่วนเสริม 977 หรือ ส่วนเสริม 414-419-434-439

ระดับความปลอดภัย

ใช้ระดับความปลอดภัยการถอดรหัสสำหรับบาร์โค้ด UPC/EAN ระดับความปลอดภัยที่สูงขึ้นจะถูกใช้เพื่อลดการถอดรหัสผิดที่เป็นผลมาจากคุณภาพของบาร์โค้ด คุณสามารถเลือกระหว่าง ระดับความปลอดภัย 0, ระดับความปลอดภัย 1, ระดับความปลอดภัย 2 และ ระดับความปลอดภัย 3 ได้

ส่วนเสริม 2

เปิดใช้งานการถอดรหัสข้อมูลส่วนเสริม 2

ส่วนเสริม 5

เปิดใช้งานการถอดรหัสข้อมูลส่วนเสริม 5

โหมดส่วนเสริม

เปิดใช้งานการถอดรหัสสัญลักษณ์ส่วนเสริมและรหัส UPC/EAN เฉพาะ ตัวเลือกต่อไปนี้สามารถเลือกใช้งานได้:

ไม่ใช้ส่วนเสริม: เครื่องสแกนจะได้รับสัญลักษณ์ UPC/EAN และส่วนเสริม แต่จะถอดรหัสเฉพาะอักขระ UPC/EAN

เสมอ เครื่องสแกนจะถอดรหัสเฉพาะสัญลักษณ์ UPC/EAN ที่มีอักขระส่วนเสริม

อัตโนมัติ เครื่องสแกนจะถอดรหัสเฉพาะสัญลักษณ์ UPC/EAN ที่มีและไม่มีอักขระส่วนเสริม

แบบสมาร์ท เปิดใช้งานส่วนเสริมแบบสมาร์ท ตัวถอดรหัสจะคืนค่าที่ถอดรหัสของบล็อคหลัก หากไม่ได้อยู่ในกลุ่มของหนึ่งในประเภทส่วนเสริมดังต่อไปนี้: 378, 379, 977, 978, 979, 414, 419, 434 หรือ 439

ส่วนเสริม 378-379 เปิดใช้งานการแบ่งส่วนเสริมสำหรับรหัส UPC/EAN ที่เริ่มต้นด้วย 378 หรือ 379 โดยอัตโนมัติ บาร์โค้ดอื่นใด ๆ ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเลขเหล่านี้จะถูกเพิกเฉย

ส่วนเสริม 978-979 เปิดใช้งานการแบ่งส่วนเสริมสำหรับรหัส UPC/EAN ที่เริ่มต้นด้วย 978 หรือ 979 โดยอัตโนมัติ บาร์โค้ดอื่นใด ๆ ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเลขเหล่านี้จะถูกเพิกเฉย

ส่วนเสริม 414-419-434-439 เปิดใช้งานการแบ่งส่วนเสริมสำหรับรหัส UPC/EAN ที่เริ่มต้นด้วย 414, 419, 434 หรือ 439 โดยอัตโนมัติ บาร์โค้ดอื่นใด ๆ ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเลขเหล่านี้จะถูกเพิกเฉย

ส่วนเสริม 977 เปิดใช้งานการแบ่งส่วนเสริมสำหรับรหัส UPC/EAN ที่เริ่มต้นด้วย 977 โดยอัตโนมัติ บาร์โค้ดอื่นใด ๆ ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเลขนี้จะถูกเพิกเฉย

Closedการกำหนดรูปแบบข้อมูลพื้นฐาน (Motorola เท่านั้น)

การตั้งค่าเหล่านี้จะทำงานได้เฉพาะกับอุปกรณ์ Android โดยใช้เครื่องสแกนของ Motorola

เปิดใช้งาน

เปิดใช้งานหรือปิดใช้งานเพื่อใช้การตั้งค่าการกำหนดรูปแบบข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งจะเปิดใช้งานตามค่าเริ่มต้น

คำนำหน้าข้อมูล

เพิ่มอักขระไปที่ตอนต้นของข้อมูลที่สแกนที่ถูกส่งไป

คำเสริมท้ายข้อมูล

เพิ่มอักขระไปยังตอนท้ายของข้อมูลที่สแกนที่ถูกส่งไป

ส่งข้อมูล

โอนถ่ายข้อมูลที่ได้ไปยังแอพพลิเคชันเบื้องหน้า ซึ่งจะเปิดใช้งานตามค่าเริ่มต้น การปิดใช้งานตัวเลือกจะป้องกันข้อมูลจริงจากการถูกส่งแม้ว่าสตริงนำหน้าหรือลงท้ายจะยังถูกส่งอยู่

ส่งเป็นฐานสิบหก

ส่งข้อมูลที่สแกนในรูปแบบเลขฐานสิบหก

ส่งคีย์ TAB

เติมอักขระ TAB ไปยังตอนท้ายของข้อมูลที่สแกน

ส่งคีย์ ENTER

เติมอักขระ ENTER ไปยังตอนท้ายของข้อมูลที่สแกน

ในการสร้างเพย์โหลดการตั้งค่าไคลเอนต์ TE:

1  จากแถบโปรไฟล์ ให้คลิก เพย์โหลดใหม่ ในแถบคำสั่ง เพย์โหลด ที่มี

2  หน้าต่างโต้ตอบ เพย์โหลด จะปรากฏขึ้น เลือกตัวเลือก iOS และ Android จากนั้นคลิก การกำหนดการตั้งค่าไคลเอนต์ TE

3  พารามิเตอร์การจำลองจะปรากฏ พารามิเตอร์จะถูกจัดเรียงโดยแถบที่ด้านซ้าย กำหนดค่าเพย์โหลด และคลิก บันทึก

ในการปรับใช้การตั้งค่าในอุปกรณ์ ให้เพิ่มเพย์โหลดลงในโปรไฟล์การกำหนดค่าแอพพลิเคชันและปรับใช้โปรไฟล์กับโฟลเดอร์ เมื่อคุณได้ทำการปรับใช้ อุปกรณ์ที่ได้รับสิทธิ์ใช้งานที่ถูกกำหนดไปยังโฟลเดอร์นั้นจะได้รับการตั้งค่าในครั้งถัดไปที่เช็คอิน หากอุปกรณ์ไม่ได้รับสิทธิ์ใช้งาน ให้พิมพ์รหัส QR ที่เชื่อมโยงกับโฟลเดอร์นั้น และสแกนด้วยอุปกรณ์เพื่อกำหนดค่าไคลเอ็นต์ สำหรับข้อมูลเรื่องการพิมพ์รหัส QR ที่เชื่อมโยงกับโฟลเดอร์ ให้ดูที่ การกำหนดค่าซอฟต์แวร์ในอุปกรณ์อัจฉริยะที่ไม่ได้ลงทะเบียน

 


บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่?    

บทความนี้:

ไม่ถูกต้อง

ไม่สมบูรณ์

ไม่ใช่ที่ฉันต้องการ

อื่นๆ

© 2016 Wavelink Corporation. All Rights Reserved.